เป้าหมายการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างรับผิดชอบในทุกมิติของธุรกิจ ทั้งการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน การปกป้องระบบนิเวศ และการสร้างความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ระดับคณะกรรมการบริษัทจนถึงการดำเนินงาน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการตัดสินใจในวันนี้จะมีส่วนร่วมในการสร้างโลกที่ดีกว่าสำหรับคนรุ่นต่อไป

การบริหารจัดการทรัพยากร

พลังงาน

บริษัทฯ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานของพนักงานผ่านการสื่อสารทำความเข้าใจ การลงทุนเทคโนโลยีพลังงานสะอาดแม้จะส่งผลกระทบต่อกำไรในระยะสั้น แต่ในระยะยาวจะช่วยควบคุมต้นทุนดำเนินงาน ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงาน และสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับการดำเนินงานตามมาตรฐาน GRI และการสนับสนุน SDGs ในการสร้างความยั่งยืนทั้งทางธุรกิจและสิ่งแวดล้อม

เป้าหมายระยะกลาง
  • มุ่งสู่การใช้พลังงานสะอาดในการดำเนินงาน
  • ศึกษาความเป็นไปได้และนำรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มาใช้ทดแทนรถขนส่งของบริษัทฯ และการใช้รถขนส่งไฟฟ้าในคลังสินค้าอ้อมใหญ่ให้ครอบคลุม 20% ของจำนวนรถขนส่งทั้งหมด
  • ลดการใช้ไฟฟ้าในสำนักงานใหญ่และคลังสินค้าลง 8% จากปีฐาน 2566
  • เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างน้อย 10%
เป้าหมายระยะยาว
  • ขยายการใช้รถขนส่งไฟฟ้าในคลังสินค้าอ้อมใหญ่ให้ครอบคลุม 40% ของจำนวนรถขนส่งทั้งหมด
  • ลดการใช้ไฟฟ้าในสำนักงานใหญ่และคลังสินค้ามากกว่า 10% จากปีฐาน 2566
  • เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างน้อย 15%

โครงการบริหารจัดการทรัพยากร

โครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ณ คลังสินค้าอ้อมใหญ่

ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ขยายระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ต่อเนื่องจากปี 2567 เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนและลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทั่วไป สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดปี 2568 ระบบ Solar Rooftop ณ คลังสินค้าอ้อมใหญ่ สามารถผลิตไฟฟ้าได้รวมทั้งสิ้น 174,584 กิโลวัตต์ชั่วโมง คิดเป็นประมาณ 47% ของปริมาณไฟฟ้าทั้งหมดที่ใช้ภายในคลังสินค้า ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ในขณะที่การใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทั่วไป (ไม่รวมพลังงานแสงอาทิตย์) อยู่ที่ 372,156 กิโลวัตต์ชั่วโมง หรือคิดเป็นประมาณ 0.01% ของรายได้รวมของบริษัทฯ ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการพลังงานและการควบคุมต้นทุนที่สอดคล้องกับขนาดของการดำเนินธุรกิจ

ผลการดำเนินงานปี 2568

รายได้จากการขายและการให้บริการ
3,664.35
ล้านบาท
แผงโซลาร์เซลล์สามารถผลิตไฟฟ้าได้รวม
174,584
กิโลวัตต์-ชั่วโมง
คิดเป็นร้อยละ 47 ของพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในคลังสินค้า
ประสิทธิภาพการใช้พลังงานต่อรายได้ดีขึ้น ร้อยละ
19.40
(กิโลวัตต์ ต่อรายได้ล้านบาท)
ปี พ.ศ. ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของ คลังสินค้า สำนักงานใหญ่ และสาขาของบริษัทฯ ที่อยู่ภายใต้การควบคุมการใช้พลังงานโดยตรง* (กิโลวัตต์) รายได้จากการขายและให้บริการ (ล้านบาท) ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของคลังสินค้า สำนักงานใหญ่และสาขาของบริษัทฯ ที่อยู่ภายใต้การควบคุมการใช้พลังงาน (กิโลวัตต์: รายได้ 1.0 ล้านบาท)
2566 1,232,521.28 2,529.51 487.26
2567 1,316,882.00 3,111.27 423.26
2568 1,439,151.32 3,664.35 392.74

หมายเหตุ: ขอบเขตการรายงานและจำนวนสาขา

บริษัทฯ มีการขยายขอบเขตการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องรวมทั้งสิ้น 17 แห่ง (ข้อมูล ณ ปี 2568)

ปี 2566 5 แห่ง

ปี 2567 เพิ่ม 5 แห่ง

ปี 2568 เพิ่ม 7 แห่ง


น้ำ

บริษัทฯ ตระหนักถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้เกิดภัยน้ำท่วมและน้ำแล้งรุนแรงขึ้น ส่งผลต่อความแปรปรวนของทรัพยากรน้ำและปัญหาการขาดแคลน แม้ว่าธุรกิจค้าปลีกจะไม่ใช้น้ำในปริมาณมาก แต่องค์กรตระหนักว่าน้ำเป็นทรัพยากรที่ต้องใช้ร่วมกันกับชุมชนและสังคม จึงได้จัดทำแผนบริหารจัดการน้ำแบบองค์รวมผ่านการจัดตั้งคณะทำงานและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งเน้นการใช้น้ำอย่างคุ้มค่าด้วยหลักการลดปริมาณการใช้น้ำผ่านการตรวจสอบจุดรั่วไหลและปลูกจิตสำนึกให้พนักงาน พร้อมทั้งควบคุมการปล่อยน้ำเสียให้เป็นไปตามมาตรฐานกฎหมายและได้รับการสอบทวนจากหน่วยงานภายนอก เพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรน้ำมีความยั่งยืนและสร้างความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคมตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับสากล

เป้าหมายระยะกลาง
  • ลดปริมาณการใช้น้ำต่อจำนวนพนักงานต่อปี 6% สำหรับคลังสินค้าและสาขา standalone เทียบกับปีฐาน 2566
  • พัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลการใช้น้ำแบบอัตโนมัติ
  • ติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดน้ำในทุกจุดการใช้งาน
เป้าหมายระยะยาว
  • ลดปริมาณการใช้น้ำต่อจำนวนพนักงานต่อปี 12% สำหรับคลังสินค้าและสาขา standalone เทียบกับปีฐาน 2566
  • นำน้ำที่ใช้แล้วกลับมาใช้ซ้ำในการทำความสะอาดคลังสินค้าอย่างน้อย 20% ของการใช้น้ำทั้งหมดภายในปี 2577
  • พัฒนาระบบจัดการน้ำแบบครบวงจร
  • สร้างมาตรฐานการใช้น้ำอย่างยั่งยืนสำหรับทุกหน่วยงาน

โครงการการจัดการทรัพยากรน้ำ

  • บริษัทฯ มีสาขาในความควบคุมทั้งสิ้น 13 แห่ง (ข้อมูล ณ ปี 2568) โดยขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามการเติบโตของธุรกิจ จากเดิม 3 แห่งในปี 2566 เพิ่มเป็น 8 แห่งในปี 2567 และ 13 แห่งในปี 2568 ครอบคลุมทั้งพื้นที่ต่างจังหวัดและสถาบันการศึกษาเพิ่มเติม
  • จากการวิเคราะห์การใช้น้ำประปา พบว่าในปี 2567 การใช้น้ำต่อพนักงานเพิ่มขึ้น 17.30% เมื่อเทียบกับปีฐาน อันเป็นผลจากการขยายสาขา อย่างไรก็ตาม ในปี 2568 บริษัทฯ สามารถลดการใช้น้ำต่อพนักงานลงเหลือ 13.24 หน่วยต่อคนต่อปี ลดลง 28.88% จากปีก่อนหน้า ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ 3% จากปีฐาน แม้จะมีจำนวนสาขาและพนักงานเพิ่มขึ้นเป็น 503 คน
  • ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความสำเร็จของมาตรการบริหารจัดการน้ำ ทั้งการรณรงค์สร้างความตระหนัก และการออกแบบสาขาใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ

ผลการดำเนินงานปี 2568

โครงการระบบร้องเรียนแจ้งปัญหาการซ่อมแซมอุปกรณ์การใช้น้ำ
ระบบแจ้งซ่อมอุปกรณ์การใช้น้ำเริ่มใช้งานตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2567 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ส่งผลให้ไม่มีข้อร้องเรียนคงค้างและช่วยลดการสูญเสียน้ำจากการรั่วไหลอย่างมีประสิทธิภาพ
โครงการตรวจสอบคุณภาพน้ำเสีย ณ คลังสินค้า
การตรวจสอบคุณภาพน้ำเสียในเดือนธันวาคม 2568 โดยห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ILAC-MRA และ TLAS พบว่าทุกพารามิเตอร์เป็นไปตามมาตรฐานกฎหมาย แสดง ความรับผิดชอบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม

ขยะ

บริษัทฯ ตระหนักว่าการบริหารจัดการขยะเป็นประเด็นสิ่งแวดล้อมที่มีนัยสำคัญ และมุ่งมั่นดำเนินการอย่างรับผิดชอบตลอดห่วงโซ่การดำเนินงาน แนวทางของบริษัทฯ ครอบคลุมการลดขยะที่ต้นทาง การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การกำจัดอย่างถูกต้อง การปฏิบัติตามกฎหมาย และการรายงานข้อมูลอย่างโปร่งใส โดยแบ่งขยะออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ขยะรีไซเคิล (กล่องกระดาษ เชือกพลาสติก ถุงพลาสติก และวัสดุรีไซเคิลอื่นๆ) และขยะที่ต้องนำไปฝังกลบ ซึ่งแต่ละประเภทมีหน่วยงานรับผิดชอบที่ชัดเจน บริษัทฯ มุ่งลดปริมาณขยะที่ส่งไปฝังกลบให้น้อยที่สุด เพิ่มอัตราการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ และพัฒนาประสิทธิภาพการจัดการขยะอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของบริษัทฯ

ผลการดำเนินงานปี 2568

ในปี 2568 บริษัทฯ มีความคืบหน้าที่วัดผลได้ในการบริหารจัดการขยะในหลายมิติ โครงการลังพลาสติกแบบนำกลับมาใช้ใหม่ได้รับการขยายผลอย่างต่อเนื่อง โดยทดแทนกล่องกระดาษแบบใช้ครั้งเดียวในระบบกระจายสินค้า ช่วยลดการเกิดขยะที่ต้นทางและลดการใช้ทรัพยากรโดยรวม บริษัทฯ ได้เริ่มพัฒนากระบวนการคัดแยกและเก็บข้อมูลปริมาณขยะอย่างเป็นระบบในสำนักงานใหญ่ คลังสินค้า และสาขาที่มีอำนาจควบคุม เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการกำหนดเป้าหมายและติดตามผลการดำเนินงานในอนาคต พร้อมแผนขยายครอบคลุมทุกสาขาภายใน 3 ปี ฝ่ายจัดซื้อได้กำหนดเกณฑ์คัดเลือกผู้รับกำจัดขยะที่ถูกกฎหมายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีฝ่ายบัญชีและการเงินติดตามปริมาณการกำจัดให้เป็นไปตามข้อกำหนดของภาครัฐ คุณภาพน้ำเสีย ณ คลังสินค้าได้รับการตรวจสอบโดยห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน และพบว่าทุกพารามิเตอร์เป็นไปตามมาตรฐานกฎหมายที่กำหนด นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้จัดอบรมพนักงานด้านการคัดแยกขยะในสำนักงานใหญ่และคลังสินค้า พร้อมขยายความรู้สู่ชุมชนโดยรอบและสถาบันการศึกษาใกล้เคียง เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกองค์กร
เป้าหมายระยะกลาง
คลังสินค้าอ้อมใหญ่
  • ลดปริมาณขยะฝังกลบร้อยละ 15 เทียบกับปีฐาน 2567
สำนักงานใหญ่
  • ลดปริมาณขยะร้อยละ 5 เทียบกับปีฐาน 2567
  • พัฒนาระบบการจัดการขยะแบบครบวงจรตามหลัก 3R
เป้าหมายระยะยาว
คลังสินค้าอ้อมใหญ่
  • ลดปริมาณขยะฝังกลบร้อยละ 30 เทียบกับปีฐาน 2567
  • ยกระดับการนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์และรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ
สำนักงานใหญ่
  • ลดปริมาณขยะร้อยละ 10 เทียบกับปีฐาน 2567
  • สร้างวัฒนธรรมองค์กรด้านการจัดการขยะอย่างยั่งยืน
  • พัฒนาเป็นต้นแบบสำนักงานที่มีการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความท้าทายระดับโลกที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจค้าปลีก ทั้งในด้านต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่อาจกระทบต่อการดำเนินงานของสาขาและการขนส่งสินค้า รวมถึงความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นจากผู้มีส่วนได้เสียที่ต้องการให้ธุรกิจมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

บริษัทฯ ตระหนักถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะผลกระทบจากอุณหภูมิโลกที่อาจเพิ่มขึ้น 2 องศาเซลเซียส ต่อการดำเนินธุรกิจใน 202 สาขาทั่วประเทศ และได้จัดทำแผนรองรับความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) ครอบคลุมการวางแผนเส้นทางขนส่งทางเลือก ระบบสื่อสารฉุกเฉิน การจัดหาสินค้าอย่างต่อเนื่อง และการประกันภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้มั่นใจว่ามีความรับผิดชอบเชิงกลยุทธ์ในระดับสูงสุดขององค์กร บริษัทฯ มุ่งมั่นในการกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่วัดผลได้ ครอบคลุม Scope 1, Scope 2 และ Scope 3 สอดคล้องกับกรอบการรายงาน TCFD

โดยในปี 2568 บริษัทฯ ได้เริ่มศึกษาและเก็บข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 3 และมีแผนขยายการเก็บข้อมูล Scope 3 ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นในปี 2569 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนว่าจ้างที่ปรึกษาเฉพาะทางในปี 2569 เพื่อประเมินผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศ ความเสี่ยงทางการเงิน การกำหนดฐานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกครบทุก Scope และพัฒนากลยุทธ์การบรรเทาและปรับตัวที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นและความรับผิดชอบด้านสภาพภูมิอากาศในระยะยาว

เป้าหมายระยะกลาง
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงและทางอ้อม (Scope 1 และ Scope 2) ลงร้อยละ 8 จากปีฐาน 2566 สำหรับการดำเนินงานของสำนักงานใหญ่ คลังสินค้า และสาขาที่อยู่ภายใต้การควบคุมการใช้พลังงานโดยตรง
เป้าหมายระยะยาว
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงและทางอ้อม (Scope 1 และ Scope 2) ลงมากกว่าร้อยละ 10 จากปีฐาน 2566 สำหรับการดำเนินงานเดียวกัน
เป้าหมายหลัก
เป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในขอบเขตที่ 1 และ 2 ภายในปี 2593 (2050) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ในทุกขอบเขตภายในปี 2608 (2065) โดยจะเริ่มเก็บข้อมูลพื้นฐานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 3 ตั้งแต่ปี 2570 เพื่อจัดลำดับความสำคัญและวางแผนการลดการปล่อยก๊าซอย่างเหมาะสม การดำเนินการนี้สอดคล้องกับความตกลงปารีสในการควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้เกิน 1.5-2 องศาเซลเซียส และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน

กรีนออฟฟิศ

บริษัทฯ ดำเนินโครงการลดการใช้กระดาษอย่างต่อเนื่อง ในฐานะส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลเพื่อลดการพิมพ์เอกสารที่ไม่จำเป็นและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ในปี 2567 บริษัทฯ สามารถลดปริมาณการใช้กระดาษได้ 355 รีม หรือคิดเป็น 9.6% จากปีก่อน ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ การอนุรักษ์ต้นไม้ 21 ต้น ประหยัดน้ำในกระบวนการผลิต 3,550 ลิตร ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 887.5 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และลดปริมาณขยะกระดาษกว่า 887.5 กิโลกรัม ต่อเนื่องในปี 2568 บริษัทฯ ได้ขยายผลโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถลดปริมาณการใช้กระดาษสำหรับรายงานการขายและใบกำกับภาษีได้เพิ่มเติมอีก 50 รีม หรือลดลง 2.49% เมื่อเทียบกับปี 2567 ส่งผลให้ลดปริมาณขยะกระดาษได้กว่า 109 กิโลกรัม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อคนรุ่นต่อไป

โครงการใบเสร็จเพื่อโลกสีเขียว

บริษัทฯ แสดงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการเลือกใช้กระดาษใบเสร็จที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน FSC (Forest Stewardship Council) ในทุกสาขาทั่วประเทศ โดยสนับสนุนการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ที่คำนึงถึงอัตราการฟื้นฟูตามธรรมชาติและการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพในระบบนิเวศ เชื่อมโยงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเข้ากับจุดสัมผัสในชีวิตประจำวันของลูกค้าทุกราย

ในปี 2567 มูลค่าการจัดซื้อกระดาษที่ได้รับการรับรอง FSC เพิ่มขึ้น 75.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนถึงการขยายตัวของธุรกิจควบคู่กับการยกระดับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม และในปี 2568 บริษัทฯ ได้ขยายการใช้กระดาษที่ได้รับการรับรอง FSC อย่างต่อเนื่องครอบคลุมทุกสาขาทั่วประเทศ โดยมูลค่าการจัดซื้อเพิ่มขึ้นอีก 55.77% เมื่อเทียบกับปีก่อน ความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องนี้ไม่เพียงสร้างความตระหนักด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้แก่พนักงานและลูกค้า แต่ยังสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมในระดับสากล ผ่านจุดสัมผัสเล็กๆ ที่เชื่อมต่อกับลูกค้าทุกรายในทุกวัน

ผลการดำเนินงาน 2568

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทุกกิจกรรมดำเนินงานของบริษัท
6,315.79
tCO2e
การปล่อยก๊าซเรือนกระจก สำหรับกิจกรรมจากที่บริษัทฯ มีอำนาจควบคุมการใช้ทรัพยากรเท่านั้น
832.77
tCO2e

การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emissions)

บริษัทฯ ติดตามและรายงานการใช้พลังงานไฟฟ้าผ่านแพลตฟอร์ม K Climate 1.5 ซึ่งได้มาตรฐานในการคำนวณเนื่องจากบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจค้าปลีกโดยเช่าพื้นที่ในห้างสรรพสินค้า จึงต้องปฏิบัติตามมาตรการพลังงานของผู้ให้เช่า ทำให้ไม่สามารถควบคุมการเปิด-ปิดไฟฟ้าและเครื่องปรับอากาศได้โดยตรง บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นการใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงานในส่วนที่สามารถควบคุมได้ และรายงานการใช้พลังงานแบ่งออกเป็น 2 มุมมอง ดังนี้

มุมมองที่ 1: การใช้พลังงานรวมทั้งองค์กร ครอบคลุมทุกสาขารวมถึงพื้นที่เช่าในห้างที่บริษัทฯ ไม่สามารถควบคุมพลังงานได้โดยตรง พบว่าปริมาณการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก 6.87 ล้าน kWh ในปี 2566 เป็น 10.25 ล้าน kWh ในปี 2568 ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราการใช้ไฟฟ้าต่อรายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยร้อยละ 2.91 จากปีฐาน มุมมองที่ 2: การใช้พลังงานเฉพาะในส่วนที่บริษัทฯ ควบคุมได้ ซึ่งได้แก่ สำนักงานใหญ่ คลังสินค้าอ้อมใหญ่ และสาขาที่บริษัทฯ บริหารจัดการพลังงานเองได้โดยตรง โดยขยายจาก 5 แห่งในปี 2566 เป็น 17 แห่งในปี 2568 เมื่อเปรียบเทียบเฉพาะ 5 หน่วยงานเดิมที่มีตั้งแต่ปีฐาน พบว่าอัตราการใช้ไฟฟ้าต่อรายได้ลดลงถึงร้อยละ 36.79 และเมื่อรวมสาขาที่ควบคุมได้ทั้งหมด 17 แห่ง ก็ยังลดลงร้อยละ 19.40 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ร้อยละ 5 อย่างมีนัยสำคัญ

การที่อัตราการใช้พลังงานต่อรายได้ลดลงได้มากเช่นนี้ เป็นผลจากรายได้ที่เติบโตเร็วกว่าปริมาณการใช้ไฟฟ้า สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการพลังงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงที่ธุรกิจขยายตัวอย่างรวดเร็ว

ตารางที่ 1 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทุกกิจกรรมดำเนินงานของบริษัท
ปี รายได้ (ล้านบาท) ขอบเขต 1 (tCO2e) ขอบเขต 2 (tCO2e) ขอบเขต 3 (tCO2e) รวม (tCO2e) ความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ((tCO2e) / รายได้ 1 ล้านบาท)
2566 2,543.26 99.54 3,435.28 na 3,534.82 1,389.88
2567 3,127.91 101.58 4,252.94 na 4,354.52 1,389.88
2568 3,682.74 185.22 5,122.21 1,008.36 6,315.79 1,714.97
การเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (%)
3.6%
ตารางที่ 2 การปล่อยก๊าซเรือนกระจก สำหรับกิจกรรมจากที่บริษัทฯ มีอำนาจควบคุมการใช้ทรัพยากรเท่านั้น
ปี รายได้ (ล้านบาท) ขอบเขต 1 (tCO2e) ขอบเขต 2 (tCO2e) รวม (tCO2e) ความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ((tCO2e) / รายได้ 1 ล้านบาท)
2566 2,543.26 99.54 616.14 715.68 281.40
2567 3,127.91 101.58 658.31 759.89 242.94
2568 3,682.74 113.34 719.43 832.77 226.13
การเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (%)
-13.68%

หมายเหตุ: ขอบเขตการรายงานและจำนวนสาขา

บริษัทฯ มีการขยายขอบเขตการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องรวมทั้งสิ้น 17 แห่ง (ข้อมูล ณ ปี 2568)

ปี 2566 5 แห่ง

ปี 2567 เพิ่ม 5 แห่ง

ปี 2568 เพิ่ม 7 แห่ง

การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม

บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบกฎหมายและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด โดยกำหนดนโยบายการบริหารจัดการความยั่งยืนและนโยบายสิ่งแวดล้อมที่มีเป้าหมายให้ข้อร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อมเป็นศูนย์ ผ่านการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพครอบคลุมการใช้น้ำ การจัดการขยะและของเสีย รวมถึงการประหยัดพลังงาน พร้อมทั้งดำเนินการติดตามและคำนวนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามหลักเกณฑ์ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกเพื่อสนับสนุนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ บริษัทฯ จัดให้มีการฝึกอบรมพนักงานอย่างต่อเนื่อง เปิดช่องทางรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสีย และปรับปรุงกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลอย่างเป็นระบบ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ถือหุ้น ชุมชน และสังคมในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน

เป้าหมายด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม

บริษัทฯ กำหนดเป้าหมายด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด ด้วยเป้าหมายหลักในการดำเนินงานให้ปราศจากการละเมิดกฎหมายสิ่งแวดล้อมทุกรูปแบบ และรักษามาตรฐานการดำเนินงานให้ไม่เกิดกรณีที่นำไปสู่การได้รับหนังสือเตือนจากหน่วยงานราชการ การถูกปรับ หรือการเกิดคดีความด้านสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทฯ ได้กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจนคือการรักษาจำนวนกรณีละเมิดกฎหมายสิ่งแวดล้อมให้เท่ากับศูนย์กรณีต่อปีอย่างต่อเนื่อง เพื่อสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมที่เป็นรูปธรรม ตลอดจนสร้างความมั่นใจให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืนอย่างมีคุณภาพ

Moshi Green Awareness

เป็นแนวทางการดำเนินงานหลักด้านสิ่งแวดล้อมที่มุ่งขับเคลื่อนกิจกรรมอย่างเป็นระบบและครบวงจรผ่านการอบรมพนักงานใหม่ การพัฒนาศักยภาพพนักงานปัจจุบัน และการปลูกฝังค่านิยมหลักด้านความยั่งยืนให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร โครงการนี้ทำหน้าที่เป็นกรอบแนวคิดหลักสำหรับการจัดทำโครงการต่างๆ ที่ครอบคลุมการบริหารจัดการขยะ การจัดการพลังงาน การใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และการดำเนินงานให้สอดคล้องกับกฎหมายสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการควบคุมน้ำเสีย การจัดการมูลฝอย และการควบคุมมลพิษทางอากาศจากยานพาหนะในการดำเนินงานที่คลังสินค้า เพื่อให้พนักงานทุกระดับตั้งแต่ผู้บริหารจนถึงพนักงานปฏิบัติการสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง มีส่วนร่วมในการลดของเสีย ประหยัดพลังงาน และใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ผลการดำเนินงานปี 2568

บริษัทฯ มีจำนวนข้อร้องเรียนและกรณีการละเมิดกฎหมายสิ่งแวดล้อมจากผู้มีส่วนได้เสียเท่ากับ
0
กรณี
บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องจากการละเมิดกฎหมายหรือการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเท่ากับ
0
บาท
บริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการ ESG DNA ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นพนักงานสำนักงานทุกคน ซึ่งได้เข้าร่วมการเรียนรู้ด้าน ESG ครบทั้ง 4 หลักสูตร และได้รับใบประกาศนียบัตรเรียบร้อยแล้ว
คิดเป็นร้อยละ 100

ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในยุคที่ผู้บริโภคมีความตระหนักรู้เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบจากการใช้ผลิตภัณฑ์ต่อสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเล็งเห็นโอกาสในการตอบสนองความต้องการของตลาดที่หันมาเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ การลดการปล่อยมลพิษ หรือการใช้วัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ขณะเดียวกันยังคงรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ในราคาที่เข้าถึงได้สำหรับผู้บริโภค

ภายใต้นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ ที่ส่งเสริมการจัดหาสินค้าและวัสดุอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายหลักในการพัฒนาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาและพัฒนากระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุที่ย่อยสลายได้ เช่น พลาสติกรีไซเคิลและกระดาษรีไซเคิล เพื่อสร้างสมดุลระหว่างต้นทุนการผลิต การบริหารจัดการคู่ค้า และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความยั่งยืนออกสู่ตลาดในราคาที่เหมาะสม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร

เป้าหมายระยะกลาง
  • เพิ่มผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 5 คอลเลคชั่น ภายในปี 2573
เป้าหมายระยะยาว (ปี 2573)
  • เพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ในปี 2568 บริษัทฯ ได้คัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัสดุรีไซเคิลเป็นหลักเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเลือกพัฒนาผลิตภัณฑ์ 3 ประเภทหลัก ได้แก่ สมุดที่ผลิตจากกระดาษรีไซเคิล กระเป๋าที่ผลิตจากขวดพลาสติกใช้แล้ว และผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนอื่นๆ เช่น ตระกร้า ไม้แขวนเสื้อ และถังขยะ ที่ผลิตจากเศษพลาสติกชนิด PP และ PS ซึ่งเป็นของเสียจากกระบวนการผลิต การคัดเลือกผลิตภัณฑ์เหล่านี้อิงจากความนิยมในตลาดและศักยภาพในการใช้วัสดุรีไซเคิลอย่างมีประสิทธิภาพ โดยในกระบวนการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท บริษัทฯ มุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างความสวยงาม ความทนทาน และความยั่งยืน เพื่อให้ผลิตภัณฑ์สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคสมัยใหม่ที่ต้องการลดการสร้างขยะและมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมผ่านการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่รับผิดชอบต่อโลก

การใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

บริษัทฯ ตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการใช้บรรจุภัณฑ์แบบดั้งเดิม โดยเฉพาะปัญหาขยะพลาสติกที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบนิเวศ ภายใต้แรงผลักดันจากกฎระเบียบภาครัฐที่เข้มงวดขึ้น ความคาดหวังของผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และความรับผิดชอบของภาคธุรกิจต่อสังคม บริษัทฯ เล็งเห็นว่าการปรับเปลี่ยนสู่บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไม่เพียงช่วยบรรเทาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญในการเพิ่มความน่าเชื่อถือ สร้างภาพลักษณ์ที่ดี และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน เพื่อตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

บริษัทฯ จึงกำหนดแนวทางการจัดการบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนผ่าน 3 หลักการหลัก ได้แก่ การลดการใช้พลาสติกที่ย่อยสลายได้ยาก การเพิ่มการใช้วัสดุรีไซเคิล และการคำนึงถึงขนาดและน้ำหนักของบรรจุภัณฑ์ โดยดำเนินการผ่านการออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ใช้วัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ เลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่หรือย่อยสลายได้ พร้อมทั้งมีระบบติดตามและรายงานผลอย่างเป็นระบบ รวมถึงการสร้างความตระหนักและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานและคู่ค้าในการพัฒนานวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการดำเนินธุรกิจและการดูแลสิ่งแวดล้อม และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืน

เป้าหมายระยะกลาง
  • การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้มากขึ้น
  • เปลี่ยน tag จากกระดาษทั่วไปเป็นกระดาษรีไซเคิลภายในปี 2570
  • ขยายการใช้วัสดุรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่นๆ
เป้าหมายระยะยาว
  • เพิ่มการเปลี่ยนวัสดุบรรจุภัณฑ์เป็นวัสดุรีไซเคิล หรือลดปริมาณการใช้บรรจุภัณฑ์ให้ได้อย่างน้อย 4 ผลิตภัณฑ์ต่อปี
  • พัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนเป้าหมายความยั่งยืนในระยะยาว

โครงการ Toy to Joy การบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน

โครงการ Toy to Joy รวบรวมตุ๊กตาและของเล่นตัวนุ่มที่บริจาคได้รวม 121.21 กิโลกรัม เพื่อมอบให้แก่เด็กที่ขาดแคลน ช่วยลดปัญหาขยะและสร้างความสุขให้แก่ผู้รับ ในด้านสิ่งแวดล้อม โครงการสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 1,260 กิโลกรัม CO₂e แบ่งเป็นการป้องกันการผลิตของเล่นใหม่ประมาณ 1,212 กิโลกรัม CO₂e และการป้องกันการปล่อยก๊าซจากหลุมฝังกลบอีกประมาณ 48 กิโลกรัม CO₂e เทียบเท่ากับการลดการขับรถยนต์ประมาณ 5,000 กิโลเมตร หรือการปลูกต้นไม้ 50–60 ต้นเป็นเวลา 10 ปี โครงการนี้สอดคล้องกับหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน และสนับสนุน SDG 12 (การบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน) และ SDG 13 (การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) สะท้อนให้เห็นว่าการกระทำเล็กๆ สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมได้อย่างมีนัยสำคัญ

หมายเหตุ: ตัวเลขการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่นำเสนอเป็นการประมาณการเบื้องต้น โดยอ้างอิงค่าเฉลี่ยจากการศึกษาวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์สิ่งทอและของเล่น ตามแนวทางของ US EPA Waste Reduction Model (WARM) และ IPCC Guidelines for National Greenhouse Gas Inventories ค่าจริงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับวัสดุและกระบวนการผลิตของของเล่นแต่ละชิ้น

โครงการลดการใช้บรรจุภัณฑ์

บริษัทฯ ดำเนินโครงการลดการใช้บรรจุภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง โดยเปลี่ยนรูปแบบจากการใส่ถุงพลาสติก OPP เป็นการจัด Display ณ จุดขายในสาขา โดยไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพและความสวยงามของผลิตภัณฑ์ ในปี 2567 สามารถลดการใช้ถุงพลาสติก OPP ได้ 1,200,000 ใบ (3 ตัน) และกล่องบรรจุภัณฑ์กระจกพกพาอีก 8,400 ใบ ส่งผลให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 10.5 ตัน CO₂e และประหยัดน้ำมันดิบในกระบวนการผลิต 1,500 ลิตร และในปี 2568 บริษัทฯ ได้ขยายผลการลดบรรจุภัณฑ์พลาสติกครอบคลุม 4 ประเภท รวมทั้งสิ้น 592,892 ชิ้น คิดเป็นน้ำหนัก 0.777 ตัน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการลดขยะพลาสติกที่ใช้เวลาย่อยสลายถึง 450 ปี และการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

กรีนแท็ก

โครงการเปลี่ยนป้ายกระดาษเป็นกระดาษรีไซเคิลเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการพัฒนาและปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยมีเป้าหมายหลักในการทดแทนวัสดุที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เพื่อบรรลุ 3 วัตถุประสงค์สำคัญ ได้แก่ การลดปริมาณขยะในธรรมชาติ การลดการใช้ทรัพยากรใหม่ และการส่งเสริมการใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุที่ย่อยสลายได้

ในปี 2567 บริษัทฯ ได้ศึกษาและออกแบบการเปลี่ยนจากการใช้กระดาษอาร์ตการ์ดเป็นกระดาษรีไซเคิลสำหรับ tag สินค้า โดยพิจารณาอย่างรอบคอบทั้งด้านคุณภาพของกระดาษรีไซเคิลเพื่อให้มั่นใจในความทนทานและความเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ กระบวนการรีไซเคิลที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และความเหมาะสมในการใช้งานจริง พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายที่จะเปลี่ยนมาใช้กระดาษรีไซเคิลเป็น tag สินค้าไม่น้อยกว่า 30% ของปริมาณการใช้ทั้งหมดภายในปี 2570 เพื่อเป็นก้าวสำคัญในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน