เป้าหมายการจัดการด้านสังคมอย่างยั่งยืน

บริษัทฯ มุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในการดำเนินธุรกิจด้วยความเคารพต่อสิทธิมนุษยชน ความหลากหลาย และการไม่เลือกปฏิบัติในทุกระดับการดำเนินงานและห่วงโซ่อุปทาน ภายใต้นโยบายสิทธิมนุษยชนที่เป็นลายลักษณ์อักษรและการตรวจสอบสถานะที่ครอบคลุมถึงคู่ค้าและผู้จัดจำหน่าย บริษัทฯ ให้คำมั่นในการพัฒนาศักยภาพพนักงาน สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและเป็นธรรม ส่งมอบบริการที่มีคุณภาพและโปร่งใสแก่ลูกค้า และสนับสนุนชุมชนผ่านโครงการสร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งจัดให้มีกลไกการร้องเรียนที่เข้าถึงได้สำหรับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม เพื่อสร้างคุณค่าทางสังคมที่ยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า

การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม

ความท้าทายและโอกาส

พนักงานคือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร บริษัทฯ มุ่งมั่นดูแลพนักงานอย่างเป็นธรรมและเคารพสิทธิมนุษยชน ภายใต้นโยบายสิทธิมนุษยชนและนโยบายการจ้างงานที่ไม่เลือกปฏิบัติในทุกมิติ ทั้งเพศ อายุ สัญชาติ ความบกพร่องทางร่างกาย และศาสนา โดยบริษัทฯ ห้ามการใช้แรงงานบังคับและแรงงานเด็กในทุกรูปแบบอย่างเด็ดขาด พนักงานได้รับการจ้างงานตามคุณสมบัติและประสบการณ์ ด้วยสัญญาจ้างที่เป็นธรรม ค่าตอบแทนที่สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เหมาะสม การประเมินผลที่โปร่งใส และการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง พนักงานมีสิทธิในการรวมกลุ่ม โดยมีคณะกรรมการสวัสดิการจากการเลือกตั้งเป็นตัวแทน พร้อมการสำรวจความผูกพันประจำปี และมีกลไกการร้องเรียนและแจ้งเบาะแสที่ชัดเจนและปลอดภัยสำหรับพนักงานทุกคน ด้านความปลอดภัย บริษัทฯ ดำเนินงานภายใต้นโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยมีคณะกรรมการความปลอดภัยกำกับดูแลแผนป้องกันอุบัติเหตุและการอบรมที่เหมาะสมสำหรับพนักงานทุกกลุ่ม พร้อมตั้งเป้าหมายอุบัติเหตุเป็นศูนย์

เป้าหมายระยะกลาง
  • กำหนดเป้าหมายให้มีกรณีละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นศูนย์
  • กำหนดเป้าหมายให้มีกรณีละเมิดกฎหมายแรงงานเป็นศูนย์ (รวมถึงกรณีที่ได้รับการแจ้งเตือนจากหน่วยงานภาครัฐหรือองค์กรภายนอก เช่น องค์กรพัฒนาเอกชน การถูกปรับ หรือข้อพิพาททางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดกฎหมายแรงงาน)
เป้าหมายระยะยาว
  • กำหนดเป้าหมายให้มีกรณีละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นศูนย์
  • กำหนดเป้าหมายให้มีกรณีละเมิดกฎหมายแรงงานเป็นศูนย์ (รวมถึงกรณีที่ได้รับการแจ้งเตือนจากหน่วยงานภาครัฐหรือองค์กรภายนอก เช่น องค์กรพัฒนาเอกชน การถูกปรับ หรือข้อพิพาททางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดกฎหมายแรงงาน)
  • กำหนดเป้าหมายให้มีกรณีอุบัติเหตุของพนักงานเป็นศูนย์

ผลการดำเนินงานปี 2568

ไม่มีการร้องเรียน
เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน และไม่มีกรณีการละเมิดกฎหมายแรงงานเกิดขึ้น
พนักงานทั้งหมด
ร้อยละ 100
ได้รับการดูแลภายใต้ระบบการบริหารจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
ไม่มีพนักงานเจ็บป่วยจากการทำงานและไม่มีอัตราการเสียชีวิต โดยมีอัตราการบาดเจ็บจากการทำงานถึงขั้นหยุดงาน (LTIFR) เท่ากับ 0.24
ความสำเร็จเหล่านี้เป็นผลมาจากความร่วมมือของพนักงานทุกคนและนโยบายของบริษัทฯ ที่มุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี

กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนแบบรอบด้าน

ดูภาพขนาดใหญ่

บริษัทฯ ตระหนักถึงความเสี่ยงและโอกาสด้านสิทธิมนุษยชนที่เชื่อมโยงกับการดำเนินธุรกิจในทุกมิติ และมุ่งมั่นบริหารจัดการประเด็นดังกล่าวให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยมีความคืบหน้าใน 8 ด้าน ดังนี้

  1. ความมุ่งมั่นด้านนโยบาย บริษัทฯ ทบทวนและปรับปรุงนโยบายสิทธิมนุษยชนให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลเป็นประจำทุกปี และสื่อสารนโยบายดังกล่าวอย่างชัดเจนไปยังผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งพนักงาน คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ ผ่านเว็บไซต์และช่องทางการสื่อสารต่างๆ ของบริษัทฯ
  2. โครงสร้างการกำกับดูแล บริษัทกำหนดโครงสร้างความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชนไว้ 3 ระดับ ในระดับกรรมการ ประธานกรรมการเป็นผู้ลงนามรับรองนโยบาย และมอบหมายให้คณะกรรมการบรรษัทภิบาลฯ กำกับดูแลและรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท ในระดับผู้บริหาร CEO ทำหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบาย โดยมีคณะอนุกรรมการด้าน HR ความเสี่ยง และกลยุทธ์ คอยสนับสนุนและบูรณาการประเด็นสิทธิมนุษยชนเข้ากับระบบบริหารความเสี่ยงองค์กร และในระดับปฏิบัติการ คณะทำงานรับผิดชอบงานประจำวัน ทั้งการประสานงาน การจัดทำรายงาน และการบริหารกลไกรับเรื่องร้องเรียน
  3. การอบรมและการปลูกฝังในองค์กร บริษัทฯ จัดอบรมเรื่องสิทธิมนุษยชนให้แก่พนักงานทุกคน ทั้งในรูปแบบการปฐมนิเทศพนักงานใหม่และการอบรมต่อเนื่อง โดยภายในสิ้นปี 2568 มีพนักงานที่ผ่านการอบรมแล้วทั้งสิ้น 1,033 คน ครอบคลุมหลักการไม่เลือกปฏิบัติและการปฏิบัติต่อลูกค้าทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน
  4. การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน บริษัทฯ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างสม่ำเสมอ ทั้งสำหรับการดำเนินงานปัจจุบันและกิจกรรมใหม่ที่อาจเกิดขึ้น เช่น การควบรวมกิจการ การร่วมลงทุน และการเปลี่ยนแปลงกระบวนการต่างๆ นอกจากนี้ยังประเมินคู่ค้าธุรกิจ Tier 1 และคู่ค้ารายใหม่ทุกรายเพื่อให้มั่นใจว่าห่วงโซ่อุปทานของบริษัทฯ มีมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนที่เหมาะสม
  5. การบูรณาการและการจัดการความเสี่ยง บริษัทฯ บูรณาการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่มีนัยสำคัญเข้ากับระบบบริหารความเสี่ยงองค์กร (ERM) โดยมีการวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริงและกำหนดแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม พร้อมจัดให้มีกลไกควบคุมทั้งภายในและภายนอกองค์กรเพื่อให้มั่นใจว่าผลกระทบอยู่ในระดับที่ยอมรับได้
  6. การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย บริษัทฯ จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการเป็นประจำเพื่อรับฟังความคิดเห็นของพนักงาน และให้คำมั่นว่าจะเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มเข้ามามีส่วนร่วมในการระบุประเด็นปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน โดยมีแผนจะให้ผู้มีส่วนได้เสียร่วมประเมินผลกระทบและเปิดเผยผลการดำเนินงานต่อสาธารณะในอนาคต
  7. การติดตามและการรายงานผล บริษัทฯ มีระบบติดตามความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างสม่ำเสมอ โดยนำเสนอผลการดำเนินงานต่อคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง หากพบการละเมิดสิทธิมนุษยชนจะรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทตามลำดับขั้น และติดตามผลการดำเนินงานของคู่ค้าที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อให้มั่นใจว่าห่วงโซ่อุปทานปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนด
  8. กลไกการร้องเรียนและการเยียวยา บริษัทฯ จัดให้มีช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนที่โปร่งใส เข้าถึงได้ง่าย และครอบคลุมทุกช่องทาง พร้อมกระบวนการตรวจสอบ แก้ไข และติดตามข้อร้องเรียนอย่างเป็นธรรม โดยกำหนดหลักการพิจารณาเยียวยาไว้อย่างชัดเจนเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกรายได้รับการเยียวยาที่เหมาะสมและเป็นธรรม

ช่องทางการแจ้งเบาะแสการละเมิดสิทธิมนุษยชน

แจ้งผ่านช่องทางอีเมลที่
คณะกรรมการบริหารโดยผ่านประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 129 อาคารศูนย์การค้าเดอะมอลล์ท่าพระ ชั้น 9 ถนนรัชดาภิเษก แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพฯ 10600
ในกรณีผู้ร้องเรียนมีข้อเรียกร้องประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ให้ส่งเรื่องร้องเรียนมายังประธานกรรมการตรวจสอบโดยตรงผ่านช่องทางอีเมลของประธานกรรมการตรวจสอบที่
คณะกรรมการตรวจสอบโดยผ่านประธานกรรมการตรวจสอบ
บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 129 อาคารศูนย์การค้าเดอะมอลล์ท่าพระ ชั้น 9 ถนนรัชดาภิเษก แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพฯ 10600

ความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์และลูกค้า

ความท้าทายและโอกาส

การส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและมีคุณภาพสูง รวมถึงการรักษามาตรฐานความรับผิดชอบต่อลูกค้าในระดับสูงสุด ถือเป็นความท้าทายอย่างต่อเนื่องสำหรับบริษัทฯ เนื่องจากข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ การติดฉลาก และการคุ้มครองผู้บริโภค ต้องการกระบวนการประกันคุณภาพและการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวดในผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ความตระหนักรู้ของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นในด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และการจัดหาอย่างมีจริยธรรม ยิ่งเพิ่มความคาดหวังต่อความโปร่งใสและความรับผิดชอบตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ บริษัทฯ จึงมุ่งมั่นดูแลให้ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพที่เกี่ยวข้อง ให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องและโปร่งใสแก่ลูกค้า และรักษากลไกที่มีประสิทธิภาพสำหรับการรับฟังความคิดเห็นและการแก้ไขข้อร้องเรียนของลูกค้า สอดคล้องกับหลักสิทธิผู้บริโภคสากลและกรอบการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ความพยายามเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและชื่อเสียง แต่ยังเสริมสร้างความภักดีของลูกค้า ขับเคลื่อนผลการดำเนินงานทางการค้าในระยะยาว และตอกย้ำความเป็นผู้ค้าปลีกที่น่าเชื่อถือและรับผิดชอบในสายตาของนักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสีย

เป้าหมายระยะกลาง
  • ยกระดับความเข้มงวดในการตรวจสอบคู่ค้า โดยว่าจ้างผู้ตรวจสอบภายนอก (Third Party) เพื่อตรวจติดตามการปฏิบัติตาม Supplier Code of Conduct
  • ดำเนินการสุ่มตรวจสอบคู่ค้าระดับ Tier 1 ที่ผลิตสินค้าที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค อย่างน้อย 1 รายต่อปี
  • พัฒนาระบบการจัดการข้อร้องเรียนและการเยียวยาผู้บริโภคให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
เป้าหมายระยะยาว
  • สร้างระบบการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานแบบยั่งยืน ครอบคลุมคู่ค้าทุกระดับ
  • พัฒนาระบบการตรวจสอบย้อนกลับสินค้า (Traceability) ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์
  • สร้างมาตรฐานการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคในระดับสากล

โครงการตรวจสอบคุณภาพสินค้าจากคู่ค้า

บริษัทฯ ดำเนินการตรวจสอบคุณภาพสินค้าอย่างเป็นระบบเพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยที่กำหนด โดยมีกระบวนการสุ่มตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนการรับมอบ ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลฉลากและคำเตือนต่างๆ รวมทั้งกำหนดมาตรฐานคุณภาพที่ชัดเจนครอบคลุมคุณลักษณะผลิตภัณฑ์ มาตรฐานภายใน และมาตรฐานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากสินค้าบกพร่องและเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและคู่ค้า

สำหรับปี 2567 บริษัทฯ ไม่พบเหตุการณ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเกี่ยวกับผลกระทบด้านสุขภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และบริการ ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพของระบบการควบคุมคุณภาพและการจัดการความเสี่ยงของบริษัทฯ

ข้อมูล หน่วย 2566 2567 2568
จำนวนกรณีข้อมูลลูกค้ารั่วไหล จำนวนกรณี 0 0 0
จำนวนเหตุการณ์หรือข้อร้องเรียนที่เกี่ยวกับการละเมิด สิทธิผู้บริโภค (ป้ายราคาผิดและข้อมูลบนบรรจุภัณฑ์ ไม่ครบถ้วน) จำนวนกรณี n/a 21 10
เหตุการณ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเกี่ยวกับผลกระทบ ด้านสุขภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และบริการ จำนวนกรณี 0 0 0

ผลการดำเนินงาน 2568

กรณีข้อมูลลูกค้ารั่วไหล
0
กรณี
เหตุการณ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเกี่ยวกับผลกระทบ ด้านสุขภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และบริการ
0
กรณี

จากแนวทางการดำเนินงาน ฝ่ายงานที่เกี่ยวข้องได้เก็บรวบรวมข้อมูลผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าตลอดปี 2568 ไม่พบกรณีที่ลูกค้าร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลอันมีสาเหตุมาจากการใช้งานระบบสมาชิกของบริษัทฯ อีกทั้งไม่มีกรณีลูกค้าร้องเรียนหรือมีข้อห่วงกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือผลกระทบต่อสุขภาพจากการใช้งานผลิตภัณฑ์ที่จัดจำหน่ายโดยบริษัทฯ อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ได้รับรายงานเกี่ยวกับจำนวนเหตุการณ์หรือข้อร้องเรียนที่เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิผู้บริโภค (ป้ายราคาผิด และข้อมูลบนบรรจุภัณฑ์ไม่ครบถ้วน) รวมทั้งสิ้น 10 กรณี โดยบริษัทฯ ได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงได้มีการเยียวยาด้วยการคืนเงินให้ผู้บริโภคตามแนวทางด้านความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ และได้ออกมาตรการป้องกัน แก้ไข เพื่อลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

การพัฒนาชุมชนและสังคม

ความท้าทายและโอกาส

บริษัทฯ ตระหนักว่าชุมชนเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญ ทั้งในฐานะแหล่งทรัพยากรบุคคล ฐานลูกค้า และผู้สนับสนุนความชอบธรรมในการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ มีกระบวนการประเมินผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบต่อชุมชนอย่างเป็นทางการ พร้อมสำรวจความต้องการและจัดกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าเสียงของชุมชนได้รับการรับฟังอย่างแท้จริง บริษัทฯ จัดให้มีกลไกการร้องเรียนสำหรับชุมชน เพื่อให้สามารถแสดงความคิดเห็นหรือแจ้งข้อกังวลได้อย่างโปร่งใส และมุ่งมั่นลงทุนในชุมชนอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการสร้างอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืน การพัฒนาการศึกษา และการยกระดับคุณภาพชีวิต นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้จัดให้มีกลไกที่เป็นทางการในการอนุญาตให้พนักงานเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและชุมชนในเวลางานได้ สะท้อนความเชื่อมั่นของบริษัทฯ ว่าจิตอาสาของพนักงานเป็นพลังสำคัญในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนอย่างยั่งยืน โดยติดตามผลลัพธ์ของโครงการชุมชนด้วยตัวชี้วัดที่วัดผลได้ เพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและการสร้างคุณค่าร่วมในระยะยาว

เป้าหมายระยะกลาง (3-5 ปี)
  • จัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องการจัดการขยะให้แก่ชุมชนใกล้เคียงที่ตั้งสำนักงาน/คลังสินค้า/ร้านสาขาอย่างน้อย ปีละ 2 ครั้ง
  • สนับสนุนการสร้างรายได้สำหรับชุมชนใกล้เคียงที่ตั้งคลังสินค้า เพิ่มขึ้น 10% จากปีฐาน 2566
  • ส่งเสริมเยาวชน ผ่านการให้ทุนการศึกษาบุตรของพนักงานปีละ 1 ครั้ง โดย 90% ของจำนวนนักเรียนที่ได้รับทุนจะต้องมีการบันทึกสมุดทำความดี
เป้าหมายระยะยาว (มากกว่า 5 ปี)
  • จัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องการจัดการขยะให้แก่ชุมชนใกล้เคียงที่ตั้งสำนักงาน/คลังสินค้า/ร้านสาขาอย่างน้อย ปีละ 2 ครั้ง
  • สนับสนุนการสร้างรายได้สำหรับชุมชนใกล้เคียงที่ตั้งคลังสินค้า เพิ่มขึ้น 20% จากปีฐาน 2566
  • ส่งเสริมเยาวชน ผ่านการให้ทุนการศึกษาบุตรของพนักงานปีละ 1 ครั้ง โดย 100% ของจำนวนนักเรียนที่ได้รับทุนจะต้องมีการบันทึกสมุดทำความดี

ผลการดำเนินงานปี 2568

Give a Hand
สนับสนุนภารกิจกำลังพลชายแดนไทย–กัมพูชา และช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา
บริจาคสิ่งของจำเป็นรวม 3,130 ชิ้น
Give a Future (โครงการมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรของพนักงาน)
มอบทุนการศึกษา
แก่บุตรพนักงาน 16 ทุน
Give a Future (สนับสนุนการศึกษา)
สนับสนุนภารกิจกำลังพลชายแดนไทย–กัมพูชา และช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา
บริจาคเงินรวม 200,000 บาท
Give Back to Earth
เป้าหมายจัดกิจกรรม 2 ครั้งในปี 2569
รวบรวมขวดพลาสติกได้ 6,191 ขวด ซึ่งนำไปรีไซเคิลเป็นจีวรได้จำนวน 412 ผืน
Give a Better Life
สนับสนุนการจ้างงานในชุมชน 67 ครัวเรือน มูลค่ากว่า
8 ล้านบาท
Give Happiness
ส่งมอบอุปกรณ์การเรียนการสอนและของใช้จำเป็นรวม 2,711 ชิ้น ให้แก่ 11 โรงเรียน และศูนย์รับบริจาคอวัยวะและสภากาชาดไทย

การพัฒนาศักยภาพพนักงาน

ความท้าทายและโอกาส

การดึงดูด รักษา และพัฒนาพนักงานที่มีทักษะและความผูกพันต่อองค์กรถือเป็นความท้าทายสำคัญสำหรับบริษัทฯ เนื่องจากการแข่งขันด้านบุคลากรที่เพิ่มสูงขึ้น ความต้องการทักษะที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และความต้องการที่หลากหลายของพนักงานในธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ ต้องการแนวทางการพัฒนาทุนมนุษย์ที่ต่อเนื่องและปรับตัวได้ ความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นจากนักลงทุนและหน่วยงานกำกับดูแลในด้านการรายงานข้อมูลพนักงานอย่างโปร่งใส การจ่ายค่าตอบแทนที่เป็นธรรม และความเท่าเทียมของโอกาส ยิ่งกำหนดให้บริษัทฯ ต้องแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าที่วัดผลได้ในด้านการพัฒนาพนักงานและความเป็นอยู่ที่ดี บริษัทฯ จึงมุ่งมั่นให้พนักงานทุกคนได้รับโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาอย่างเท่าเทียม เสริมสร้างศักยภาพในทุกระดับขององค์กร ส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย ครอบคลุม และเกื้อกูล พร้อมทั้งเสนอค่าตอบแทนที่เป็นธรรมและสามารถแข่งขันได้ สอดคล้องกับกรอบการบริหารจัดการทุนมนุษย์และ ESG ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ความพยายามเหล่านี้เสริมสร้างความผูกพัน ประสิทธิภาพ และการรักษาพนักงาน ลดความเสี่ยงในการดำเนินงาน และตอกย้ำชื่อเสียงของบริษัทฯ ในฐานะนายจ้างที่น่าเลือกทำงานด้วย สนับสนุนผลการดำเนินธุรกิจในระยะยาวและการเติบโตอย่างยั่งยืนของทั้งพนักงานและองค์กร

การพัฒนาพนักงาน

บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนาบุคลากรทุกระดับอย่างต่อเนื่อง โดยให้พนักงานทุกคนไม่ว่าจะเป็นเพศ ตำแหน่ง หรือประเภทการจ้างงานใด มีโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้และการพัฒนาอย่างเท่าเทียม ภายใต้กรอบการพัฒนาตามระบบ Competency และโมเดล 70:20:10 บริษัทฯ ระบุช่องว่างด้านความสามารถและพัฒนาผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง การแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น และการฝึกอบรมอย่างเป็นทางการ บริษัทฯ ลงทุนในหลักสูตรที่ครอบคลุม ทั้ง Soft Skills, Technical Skills, การวิเคราะห์ข้อมูล, ความปลอดภัย และการกำกับดูแลกิจการ ผ่านระบบ E-learning และสถาบันภายนอกที่ได้รับการรับรอง พร้อมจัดทำ Training Roadmap เฉพาะสำหรับพนักงานสาขาทุกระดับ โดยมีระบบพี่เลี้ยงสำหรับสาขาใหม่ และติดตามประสิทธิผลการอบรมผ่านการประเมินความพึงพอใจ Pre-Post Test และการติดตามผลโดยหัวหน้างานรายเดือน บริษัทฯ ให้คำมั่นในการพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ผ่านโปรแกรมพัฒนาผู้นำและแผนสืบทอดตำแหน่งสำหรับตำแหน่งบริหารสำคัญ โดยพนักงานที่มีศักยภาพสูงจะได้รับการจัดทำแผนพัฒนารายบุคคล (IDP) ที่ทบทวนเป็นประจำทุกปี ทั้งนี้ บริษัทฯ ติดตามชั่วโมงการอบรมและการลงทุนด้านการพัฒนาบุคลากรต่อคนเป็นตัวชี้วัดหลัก เพื่อสร้างความรับผิดชอบและการพัฒนาทุนมนุษย์อย่างต่อเนื่อง

การดึงดูดและรักษาพนักงาน

บริษัทฯ จัดสำรวจความคิดเห็นพนักงานผ่าน Voice of Employee (VOE) ปีละครั้ง ครอบคลุมความพึงพอใจ ความผูกพันต่อองค์กร และข้อเสนอแนะปลายเปิด โดยติดตามผลผ่านคะแนนความผูกพันและอัตราการตอบแบบสอบถามเพื่อวัดความคืบหน้าในแต่ละปี และนำผลสำรวจไปปรับปรุงสวัสดิการและสภาพการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม บริษัทฯ วิเคราะห์สาเหตุการลาออกผ่าน Exit Interview แบบออนไลน์ และติดตามอัตราการลาออกเป็นตัวชี้วัดหลักด้านบุคลากร เพื่อพัฒนากลยุทธ์การรักษาพนักงานอย่างต่อเนื่อง ด้านค่าตอบแทน บริษัทฯ มั่นใจว่าค่าตอบแทนทุกระดับเป็นไปตามกฎหมายและสอดคล้องกับหลักค่าครองชีพที่เหมาะสม โดยทบทวนค่าตอบแทนและสวัสดิการอย่างน้อยปีละครั้ง และปรับเงินเดือนตามผลการประเมินการปฏิบัติงาน พร้อมจัดแรงจูงใจทางการเงินเพิ่มเติมสำหรับพนักงานสาขาใหม่ที่มีอัตราการลาออกสูง ควบคู่กับกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์ภายในทีม นอกจากนี้ บริษัทฯ มุ่งมั่นดูแลสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานอย่างรอบด้าน ผ่านโปรแกรมและกิจกรรมที่ส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีสุขภาวะและสมดุลสำหรับพนักงานทุกคน

เป้าหมายระยะกลาง
  • พนักงานมีจำนวนชั่วโมงอบรมเฉลี่ย 11 ชั่วโมงต่อคนต่อปี
  • คะแนนประเมินความพึงพอใจของพนักงานต่อการพัฒนา ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90
  • คะแนนความพึงพอใจของพนักงานใหม่ต่อโปรแกรม Onboarding ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90
  • คะแนนในการทดสอบความรู้ของพนักงานไม่น้อยกว่าร้อยละ 90
  • ผลการประเมินความผูกพันและความพึงพอใจของพนักงานร้อยละ 90
  • ร้อยละของพนักงานที่ลาออกโดยสมัครใจ ไม่เกินร้อยละ 30
  • จำนวนโครงการใหม่ที่เกี่ยวกับนวัตกรรมต่างๆ หรือ Knowledge Sharing ด้านต่าง ๆ 3 โครงการ ภายในระยะเวลา 5 ปี
เป้าหมายระยะยาว
  • พนักงานมีจำนวนชั่วโมงอบรมเฉลี่ย 12 ชั่วโมงต่อคนต่อปี
  • คะแนนประเมินความพึงพอใจของพนักงานต่อการพัฒนา ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95
  • คะแนนความพึงพอใจของพนักงานใหม่ต่อโปรแกรม Onboarding ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95
  • คะแนนในการทดสอบความรู้ของพนักงานไม่น้อยกว่าร้อยละ 95
  • ผลการประเมินความผูกพันและความพึงพอใจของพนักงานร้อยละ 95
  • ร้อยละของพนักงานที่ลาออกโดยสมัครใจ ไม่เกินร้อยละ 30
  • จำนวนโครงการใหม่ที่เกี่ยวกับนวัตกรรมต่างๆ หรือ Knowledge Sharing ด้านต่าง ๆ ไม่น้อยกว่า 5 โครงการ ภายในระยะเวลา 7 ปี

โครงการ Happy 8 เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน

บริษัทฯ ดำเนินโครงการ Happy 8 เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานภายใต้แนวคิดการสร้างองค์กรแห่งความสุข (Happy Workplace) โดยมุ่งเน้นให้พนักงานทุกคนมีความสุขในการทำงาน ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดความตึงเครียดและความขัดแย้งภายในองค์กร ช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของพนักงานให้พัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น และทำให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นเกิดผลลัพธ์ที่ดีทั้งต่อบุคคลและองค์กรโดยรวม

Happy Body
กิจกรรมตรวจสุขภาพประจำปีมุ่งส่งเสริมให้พนักงานตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพ ด้วยการจัดโปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปีที่ออกแบบเฉพาะตามช่วงอายุของแต่ละบุคคล เพื่อให้พนักงานสามารถเข้าใจและดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
Happy Heart
กิจกรรมการบริจาคเลือดให้กับสภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ โดยให้ความรู้ความเข้าใจ กับพนักงาน ในเรื่องที่นอกเหนือจากการรู้จักให้และแบ่งปัน คือประโยชน์ทางสุขภาพที่ดีที่จะได้รับจากการบริจาคเลือด
Happy Society
กิจกรรม Team building เพื่อส่งเสริม Core Value ของบริษัทฯ และเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีในการทำงานร่วมกัน ผ่านการร่วมสนุกในกิจกรรมต่าง ๆ ที่บริษัทฯ จัดขึ้นทุกปีเพื่อส่งเสริมและปลูกฝังค่านิยมองค์กร กิจกรรมที่จัดขึ้นจะมุ่งเน้นการทำกิจกรรมกลุ่มโดยมีโจทย์ให้แต่ละกลุ่มร่วมกันแก้ไขหรือร่วมกันทำภารกิจให้สำเร็จตามเป้าหมายภายในระยะเวลาที่กำหนดเพื่อสะสมคะแนนชิงของรางวัล และเมื่อจบแต่ละภารกิจทางวิทยากรจะมีการสรุปผลกิจกรรมและสอบถามสิ่งที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับจากการทำภารกิจนั้น ๆ และเมื่อสิ้นสุดภารกิจทั้งหมดวิทยากรจะสรุปภาพรวมในการทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งได้ข้อสรุป ดังนี้ การทำทุกภารกิจ สมาชิกในทีมร่วมแรงร่วมใจมุ่งมั่นพิชิตภารกิจด้วยความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีม ต่างคนต่างรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง (Ownership) และใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการตั้งชื่อทีม สัญลักษณ์ประจำทีมและร่วมกันคิดค้นหาคำตอบ (Idea) ในขณะที่ภารกิจแต่ละภารกิจนั้นมีความแตกต่างกันและในหนึ่งภารกิจจะมีหลายโจทย์ให้แก้ไข สมาชิกในทีมจึงต้องปรับตัวรองรับตามโจทย์ที่เปลี่ยนไป (Modern) และต้องใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด (Sustainable living) ซึ่งทุกภารกิจนั้นแฝงไปด้วยความสุขสนุกสนานของผู้ร่วมกิจกรรมทุกคน (Happiness)
Happy Family

กิจกรรม "Moshi Moshi Happy Mom's Day" เป็นกิจกรรมออนไลน์ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความผูกพันและ ความสุขให้กับพนักงานทุกพื้นที่ขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นพนักงานสำนักงาน คลังสินค้า หรือหน้าร้านสาขา โดยจัดขึ้น เพื่อเฉลิมฉลองและแสดงความรักต่อแม่และบุคคลพิเศษในชีวิต กิจกรรมประกอบด้วย 3 กิจกรรมย่อย ดังนี้

  1. The Good Memories: เชิญชวนพนักงานแบ่งปันภาพความประทับใจและเรื่องราวที่มีต่อแม่หรือบุคคลที่ เปรียบเสมือนแม่ เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความอบอุ่นและตระหนักถึงคุณค่าของความรักในครอบครัว
  2. Lucky Mom: กิจกรรมสุ่มผู้โชคดีจากภาพที่แชร์ โดยผู้เข้าร่วมมีโอกาสลุ้นรับรางวัลพิเศษ ซึ่งจะเป็นการ เพิ่มความสนุกสนานและความตื่นเต้นให้กับกิจกรรม
  3. Mom's Day Quiz: แบบทดสอบความรู้ออนไลน์เกี่ยวกับวันแม่ ผ่านเกมที่สนุกสนานและน่าสนใจ พร้อมรางวัลพิเศษสำหรับผู้ที่ตอบคำถามถูกต้อง

ทั้งนี้ กิจกรรมทั้งหมดมุ่งหวังให้พนักงานได้ใช้เวลาร่วมกันในครอบครัวอย่างมีความสุข แสดงความรักและ สร้างความผูกพันระหว่างกัน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างบรรยากาศที่ดีและส่งเสริมความเป็นครอบครัว

Happy Relax
บริษัทฯ จัดงานเลี้ยงฉลองเทศกาลปีใหม่ครอบคลุมทุกกลุ่มพนักงาน เพื่อสร้างความสุข ความสนุกสนาน และ ความผูกพันให้กับพนักงาน งานเลี้ยงนี้เป็นโอกาสพิเศษที่ทุกคนจะได้พบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างความทรงจำร่วมกัน
Happy Brain
กิจกรรม HR Connect มุ่งเน้นการสื่อสารสาระความรู้ที่เป็นประโยชน์ครอบคลุมทั้งการทำงานและการใช้ชีวิต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตพนักงานอย่างองค์รวม ด้วยข้อมูลที่ทันสมัย น่าสนใจ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง เพื่อสร้างเสริมความรู้และทักษะชีวิตที่มีคุณภาพให้กับบุคลากร
Happy Money
โครงการ Give a future ให้ทุนการศึกษาบุตรพนักงาน เพื่อสร้างโอกาสที่ดีทางด้านการศึกษากับบุตรของพนักงาน ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า โดยพนักงานสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการเพื่อขอรับทุนการศึกษาบุตร โดยผู้ที่ได้รับทุนจะต้องบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม เช่น การบริจาคสิ่งของที่ไม่ใช้แล้ว การปลูกป่า การอ่านหนังสือให้ผู้พิการทางสายตา เพื่อส่งต่อความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และส่งต่อโอกาสให้สังคมมีความน่าอยู่มากยิ่งขึ้น ซึ่งกิจกรรมนี้จะช่วยให้พนักงานรู้สึกเกิดความรักและผูกพันต่อองค์กรมากยิ่งขึ้น
Happy Soul
บริษัทฯ ส่งเสริมความสัมพันธ์และอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยผ่านกิจกรรมสงกรานต์ที่มีความหมาย โดยผู้บริหาร และพนักงานร่วมกันทำบุญ ถวายสังฆทานที่วัด และจัดพิธีสรงน้ำพระพุทธรูปทั้งในสำนักงานและคลังสินค้า กิจกรรมนี้ นอกจากจะเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้พนักงานแล้ว ยังเป็นโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์และบรรยากาศที่ดี ภายในองค์กร โดยมีการแจกเครื่องดื่มและของหวานเพื่อคลายร้อนและสร้างรอยยิ้มให้กับทุกคน

ผลการดำเนินงานปี 2568

พนักงานมีชั่วโมงอบรมเฉลี่ย
13.59
ชั่วโมงต่อคน
คะแนนความพึงพอใจต่อการพัฒนา
ร้อยละ 95
คะแนนทดสอบความรู้ของพนักงาน
ร้อยละ 90
ความผูกพันและความพึงพอใจของพนักงาน
ร้อยละ 85
อัตราการลาออกโดยสมัครใจ
ร้อยละ 57
การมีส่วนร่วมของพนักงาน
จัดการประชุมเจรจาผลประโยชน์และสวัสดิการของพนักงานทุกไตรมาส
อัปเดตล่าสุด

กิจกรรมของเรา